รู้ไหมว่าชื่อเบียร์บัดไวด์เซอร์นั้นได้มาจากชื่อเมืองเมืองหนึ่งในประเทศเช็ก?

ในตอนกลางของทศวรรษ 80 เอเบอร์ฮาร์ด อันฮอยเซอร์ เป็นผู้ผลิตสบู่และเทียนไขที่ประสบความสำเร็จในเมืองเซ็นต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ สหรัฐอเมริกา ในปี 1859 เขาให้เงินกู้แก่โรงเบียร์บาวาเรียนซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้านของเขาและกำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน โรงเบียร์แห่งนี้ตั้งโดยจอร์จ ชไนเดอร์ในปี 1852 เมื่อโรงเบียร์นี้ประสบปัญหาอีกครั้งในปี 1860 อันฮอยเซอร์และวิลเลียม โอเดนช์ หุ้นส่วนของเขา ก็เข้ามาซื้อหนี้ของเจ้าหนี้รายย่อยเพราะไม่อยากเห็นโรงเบียร์ต้องปิดตัวลง ทั้งสองคนจึงจัดระบบบริษัทเสียใหม่และผลิตเบียร์ต่อไปโดยใช้ชื่อว่า อี. อันฮอยเซอร์และเพื่อน (E. Anheuser & Company)

หุ้นส่วน

ในปี 1857 อดอลฟุส บุชอายุ 18 ปี น้องเล็กอันดับสองในบรรดาพี่น้อง 22 คนได้ออกจากเยอรมนีมาอยู่กับพี่ชายสามคนของเขาในเมืองเซ็นต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา แม้ว่าพี่ชายของเขาก่อตั้งบริษัทเบียร์จอห์น บี. บุช ขึ้นในกรุงวอชิงตัน รัฐมิสซูรี่ แต่อดอลฟุสกลับเลือกที่จะเป็นหุ้นส่วนกับเอิร์นส์ วัทเทนเบิร์กเพื่อขายอุปกรณ์ผลิตเบียร์ ธุรกิจนี้เองทำให้เขาได้พบภรรยา ซึ่งต่อมาพ่อของเธอก็ได้เป็นหุ้นส่วนกับเขา อดอลฟุส บุชแต่งงานกับลิลลี่ อันฮอยเซอร์ในปี 1861 เมื่อถึงปี 1865 บริษัทเบียร์ทั้งสองบริษัทรวมกิจการกันโดยอดอลฟุสเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกันกับเอเบอร์ฮาร์ด อันฮอยเซอร์

กำเนิดของเบียร์บัด

ในปี 1876 บุชและเพื่อนชื่อคาร์ล คอนราด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสุรา ได้คิดค้นเบียร์แบบ ”โบฮีเมียน” โดยได้รับแรงบันดาลใจนี้หลังจากการไปท่องเที่ยวในแถบโบฮีเมีย โรงผลิตเบียร์ในโบฮีเมียมักจะตั้งชื่อเบียร์ตามชื่อเมืองและเติมอักษร “er” ลงไปตอนท้ายเช่น เบียร์ที่ผลิตในเมืองพลิซเซนจะมีชื่อว่าพลิสเนอร์ หรือ พิลส์เนอร์ บุชและคอนราดยังได้ไปที่เมืองอีกเมืองหนึ่งซึ่งมีเบียร์ที่ขึ้นชื่อทางตอนใต้ของเมืองพลิซเซนเพียง104 กิโลเมตร (64 ไมล์) ชื่อว่า เคสเก บัดโจวิซ (Ceske Budjovice) ซึ่งต่อมาออกเสียงว่า บัดไวส์ ทั้งคู่จึงเริ่มผลิต ”เบียร์เลเกอร์บัดไวส์เซอร์” ออกขายในเมืองเซ็นต์หลุยส์ ผลิตโดยบริษัทอี. อันฮอยเซอร์ แห่งสมาคมผลิตเบียร์ บรรจุขวดและจัดจำหน่ายโดยคาร์ล คอนราด บริษัทอันฮอยเซอร์เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมผลิตเบียร์อันฮอยเซอร์-บุช ในปี 1879 และอดอลฟุสได้เป็นประธานสมาคมในปีต่อมา และเขาดำรงตำแหน่งนี้อยู่นานถึง 33 ปี เมื่อวันที่ 24 มกราคม 1883 สมาคมผลิตเบียร์อันฮอยเซอร์-บุชได้รับลิขสิทธิ์ในสหรัฐอเมริกาสำหรับการบรรจุขวดและจำหน่ายเบียร์บัดไวส์เซอร์ ในปี 1919 บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น อันฮอยเซอร์-บุช ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันดีในปัจจุบันนี้

ในปี 1997 ปริมาณการผลิตเบียร์ทั่วโลกของอันฮอยเซอร์-บุชประจำปีเกิน 100 ล้านบาเรล เป็นการยืนยันว่าบริษัทนี้ยังครองตำแหน่งผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของโลกไว้ได้

มีบัดไวส์เซอร์อยู่ทุกหนทุกแห่ง

ในตอนปลายยุค 80 มีโรงงานผลิตเบียร์หลายแห่งผลิตเบียร์ที่เรียกว่าบัดไวส์เซอร์ มิลเลอร์และชิลท์ผลิตเบียร์ชื่อบัดไวส์เซอร์เช่นกัน แต่เนื่องจากชื่อนี้มีความเชื่อมโยงกับอีกบริษัทหนึ่งเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงหยุดขายเบียร์ชื่อดังกล่าว ในสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตเบียร์บัดไวส์เซอร์คนสุดท้ายคือโรงเบียร์ดูบัวส์ ซึ่งหยุดใช้ชื่อดังกล่าวเมื่อช่วงปลายยุค 70 ในปี 1895 เกือบ 20 ปีหลังจากเบียร์บัดไวส์เซอร์ของบุชถูกผลิตขึ้น บริษัทในโบฮีเมียที่ชื่อบัดเดโจวิคกี้ ปิโววาร์ก็เริ่มผลิตเบียร์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ บัดวาร์ ซึ่งเป็นชื่อย่อของชื่อเบียร์ และเบียร์นี้มีการส่งออกภายใต้ชื่อบัดไวส์เซอร์บัดวาร์ สงครามลิขสิทธิ์ระหว่างบริษัททั้งสองยืดเยื้อมานานหลายปี ในโบฮีเมียปัจจุบันหรือสาธารณรัฐเช็ค ก็ยังคงมีเบียร์ยี่ห้อดังกล่าวที่เป็นคู่แข่งกับบัดไวส์เซอร์อยู่

เอเบอร์ฮาร์ด อันฮอยเซอร์
เอเบอร์ฮาร์ด อันฮอยเซอร์ (1805-1880) เป็นคนชื่นชอบความสำเร็จ เขาเป็นชาวเยอรมันที่มาตั้งหลักแหล่งอยู่ในสหรัฐอเมริกาและประสบความสำเร็จในการผลิตสบู่ แต่เมื่อเขาให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่โรงงานผลิตเบียร์ในปี 1860 เขาก็กลายเป็นนักธุรกิจเบียร์ที่ได้ผลกำไรมหาศาลไปในทันที


อดอลฟุส บุช (1839-1913) เขาหลงเสน่ห์ลิลลี่ อันฮอยเซอร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม อูลริคพี่ชายของเขาก็จีบพี่สาวของลิลลี่ชื่อแอนนา วันที่ 7 มีนาคม 1861 เอเบอร์ฮาร์ด อันฮอยเซอร์ก็ได้ส่งมือลูกสาวทั้งสองคนในพิธีแต่งงานสองพิธีให้กับชายหนุ่มสองคนจากตระกูลบุชในเมืองเซ็นต์หลุยส์

อดอลฟุส บุชเสียชีวิตในปี 1913 โดยมีออกัสต์ลูกชายของเขามารับช่วงทำกิจการต่อ เมื่อออกัสก์เสียชีวิตในปี 1934 อดอลฟุส บุชที่สาม ลูกชายของเขาก็เข้ามารับช่วงต่อ และบริษัทก็ได้คนสืบทอดต่อมาคือน้องชายของเขา ออกัสต์ เอ. บุช จูเนียร์ในปี 1946 มาถึงปี 1974 ลูกชายของเขา ออกัสต์ เอ. บุชที่สามก็ดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทอันฮอยเซอร์-บุชรุ่นที่ 5 ในปี 1992 ออกัสต์ เอ. บุชที่สี่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานของเบียร์ยี่ห้อบัดไวเซอร์

เอสเปรสโซ่มีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟธรรมดาหนึ่งถ้วย?